ผู้ก่อตั้ง และผู้วิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม

นายวรเทพ ศุภเมธากร

นายวรเทพ ศุภเมธากร MR.WORATHEP SUPRAMAETAKORN

กรรมการผู้จัดการ บจก. ไบโอเทคโนโลยี แอนด์ บิสซิเนส และ บจก. สไปรูไลน่า(2004)โปรดักส์

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ นายวรเทพ ศุภเมธากร ดำเนินการศึกษา และวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมามากกว่า 10 ปี

โดยผลิตและ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามและผิวพรรณ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “THUMMACHART” จัดจำหน่ายในร้าน THUMMACHART SHOP ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขา รัตนาธิเบศร์ สาขารามอินทรา สาขาพระราม 2 สาขาชลบุรี และห้างสรรพสินค้าตั้งฮั้วเส็งธนบุรี

นอกจากนี้ยังดำเนินการขายในช่องทางร่วมค้ากับพัทธมิตรทางการตลาดอื่นๆ ในนามของ TMC shop โดยผู้สนใจสามารถร่วมทำธุรกิจกับเราในหลายรูปแบบของช่องทางทางการตลาดที่หลากหลาย

ประวัติการศึกษา

ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ จบการศึกษา ประถมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรสาคร ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ จบปริญญาตรี คณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ยนต์ มุสิก ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จบปริญญาโท คณะประมง สาขาวิทยาศาสตรการประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.สุปราณี ชินบุตร อาจารย์ที่ปรึกษาสาขาวิชาเอก ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ อาจารย์ที่ปรึกษาสาขาวิชารอง ดร.นนทวิทย์ อารีย์ชน

ประวัติการทำงาน

ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ กลับเข้าศึกษาต่อเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในระดับ ปริญญาเอก ที่คณะประมง สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับแพลงก์ตอนโดยตรง หัวข้องานวิจัยคือ “การพัฒนาวิธีการกระตุ้น Carotenogenesis เพื่อการผลิตสาร Astaxanthin ในแพลงก์ตอนดิวิชั่นโครโมไฟต้า” ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ที่ปรึกษาคือ รศ.ดร.เชษฐพงษ์ เมฆสัมพันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก ผศ.ดร.จินตนา สและน้อย อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม

 

ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ หลังจบปริญญาตรีคณะประมง ไปทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งเอกชนที่จังหวัดตราดประมาณเกือบปี ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เข้าทำงานเป็นพนักงานขายอาหารกุ้งยี่ห้อ “โกรเบสท์” ที่บริษัท โกรเบสท์คอร์โพเรชั่น จำกัด ทำงานนานประมาณ ๒ ปี ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ เรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมทำงาน parttime ๓ ปี (ยังคงเรียนด้วยและทำวิทยานิพนธ์ต่ออีก ๒ ปี) ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ เข้าทำงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท โกรเบสท์คอร์โพเรชั่น จำกัด ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายวิชาการ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ ประเภทจุลินทรีย์โปรไบโอติกผสมในอาหาร ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ออกจากงานมาเริ่มธุรกิจด้านความงามและผิวพรรณอย่างเต็มตัว เพื่อให้มีเวลาเต็มที่สำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน

แรงบันดาลใจทำฟาร์มสาหร่าย

 

เพราะลูกสาวป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ชนิด เบต้า/อี ผมจึงเลี้ยงสาหร่ายสไปรูไลน่าให้ลูกสาวทาน ลูกสาวไม่ต้องให้เลือด คุณค่าทางอาหารในสาหร่าย ช่วยทำให้ร่างกายสร้างเลือดได้เร็วขึ้น

 

ต้นปี’๕๓ ภรรยาของผมตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ส่วน rectum ต้องผ่าตัดเอาลำไส้ออก ให้เคมีบำบัดและฉายแสงด้วยเครื่องเร่งอนุภาค ปกติภรรยาทานสาหร่ายสไปรูไลน่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับขั้นตอนการรักษาได้

ช่วงพบว่าเป็นมะเร็งมีการเพิ่มการรับประทาน สารสกัด astaxanthin จากสาหร่ายฮีมาโตคอคคัสเข้าไปด้วย จากข้อมูลทางวิชาการมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ผมจึงคิดว่าน่าจะช่วยเรื่องมะเร็งได้ ผลคือค่า CEA อยู่ในระดับปกติ ร่างกายทนทานต่อการเสื่อมโทรมของเซลล์ขณะให้เคมีบำบัด(Xeloda)ได้เป็นอย่างดี

คุณหมอที่ดูแลเรื่องการฉายแสงบอกว่าหายแล้วตอนนี้แค่เฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ส่วนคุณหมอด้านเคมีบำบัดก็ให้เฝ้าติดตามเป็นระยะเช่นกัน ผลการติดตามด้วย MRI เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งทั่วทั้งร่างกายว่ามีหลงเหลืออยู่หรือไม่ พบว่าไม่มีเซลล์มะเร็งเหลือ คุณมาจึงสรุปว่าหายแล้วเช่นกัน

เหตุต้องศึกษาปริญญาเอก

เหตุเพราะแรงบันดาลใจ เหตุเพราะลูกสาวดีขึ้นจากโรคธาลัสซีเมียด้วยพลังของสาหร่ายสไปรูไลน่า และภรรยาดีขึ้นจากโรคมะเร็งด้วยสไปรูไลน่าร่วมกับฮีมาโตคอคคัส

เหตุต้องศึกษาปริญญาเอก

ทำให้ผมเชื่อมั่นว่า ?
๑.เชื่อมั่นว่าคุณค่าของสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ที่ผลิตโดยแพลงก์ตอนพืชสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงต้านทานต่อโรคร้ายแรงต่างๆได้
๒.เชื่อมั่นว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์มีประสิทธิภาพต่อการฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเหมือนเดิมได้ (Recovery DNA)
๓.เชื่อมั่นว่าสารมีประโยชน์ทั้งที่รู้จักและยังไม่รู้จัก ในแพลงก์ตอนพืชสามารถรักษาและยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งได้
จึงเป็นที่มาให้มาหาคำตอบทางวิชาการด้วยการศึกษาในระดับปริญญาเอก

สารแอนตี้ออกซิแดนท์คืออะไร ?
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant )

 

เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สารอนุมูลอิสระคืออะไร?
สารอนุมูลอิสระ (Free Radical) เป็นส่วนของโมเลกุลซึ่งมีพลังงานสูงและชอบที่จะไปจับคู่ ซึ่งการหาคู่นี้ทำให้เกิดการทำลายอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น เมื่อหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้น แล้วใส่จานทิ้งไว้บนโต๊ะโดยไม่มีอะไรปิดสักครู่ เนื้อแอปเปิ้ลก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล หรือถ้าวางแท่นเหล็กไว้กลางฝนก็จะมีสนิมเกิดขึ้นเหล่านี้เกิดจากการทำลายของอนุมูลอิสระนั้นเองที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีของเนื้อแอปเปิ้ล และทำให้เหล็กเป็นสนิม และยังทำอันตรายให้แก่ร่างกายของเราได้อีกด้วย

 

อนุมูลอิสระเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายจากการหายใจในขบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) จากความเครียดหรือจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ ไอเสียของรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม สารกันบูดในอาหาร จากยาบางชนิด และรังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด

ถ้ามีอนุมูลอิสระมากจะก่อให้เกิดโรคแห่งความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และต้อกระจก เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่สูบบุหรี่ ตากแดดเป็นประจำ และมีความเครียดจะแก่เร็วกว่าวัย

ร่างกายของเรามีขบวนการขจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

ประเภทแรก จะยับยั้งหรือป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระ

ได้แก่ เอ็นไซม์ glutathione peroxidase catalase peroxidase และแร่ธาตุ ทองแดง สังกะสี ซีลีเนียม

ประเภทที่สองคือ แอนติออกซิแดนท์

ซึ่งจะทำลายปฏิกริยาลูกโซ่ของการเกิด reactive oxygen species หรือ ROS เนื่องจากเวลาเกิด ROS จะเกิดเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ต่อเนื่องกันไปได้สารเหล่านี้หลายๆ ตัว แอนติออกซิแดนท์ในกลุ่มที่ทำลายปฏิกริยาลูกโซ่นี้ได้แก่ วิตามินอี, เบต้า-แคโรทีน, วิตามินซี, albumin, นอกจากนี้ยังมี melatonin, flavanoids เป็นต้น

เบต้า-แคโรทีนและ carotenoids ต่างๆพบมากในผลไม้และผักที่มีสีเหลือง ในผักและผลไม้ที่มีสีเขียวบางชนิดก็มีปริมาณเบต้า-แคโรทีนสูง เช่น ตำลึง ผักบุ้ง lycopene ซึ่งเป็นสารสีแดงที่พบในผลมะเขือเทศและแตงโม

Melatonin เป็น antioxidant ที่ดี ปกติต่อม pineal gland ในสมองจะหลั่งฮอร์โมน melatonin ในเวลากลางคืน เราสามารถเพิ่มปริมาณ melatonin ในสมองได้ด้วยการกินอาหารที่มีกรดอะมิโน tryptophan สูง เช่น งา ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว สารกลุ่ม Flavonoids พบได้ในพืชสมุนไพร โดยเฉพาะ catechin ในชาเขียว ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

อะไรคือแอนตี้ออกซิเดนท์ที่ผมสนใจ?

ผมศึกษาทางด้านประมงมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมจะรู้เรื่องการเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชเป็นอย่างดี ผมจึงแสวงหาแอนตี้ออกซิเดนท์จากแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนพืชที่น่าสนใจมีหลายตัว เช่น dunaliella อุดมด้วย เบต้าคาร์โรทีน Haematococcus อุดมด้วย แอสต้าแซนทิน

แอนตี้ออกซิเดนท์ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือ

แอสต้าแซนทิน เพราะแอสต้าแซนทินมักพบในสิ่งมีชีวิตที่ต้องทนทานต่อสภาวะยิ่งยวด เช่น ปลาแซลมอนตอนกลับขึ้นวางไข่ในน้ำจืดตัวจะเริ่มแดงขึ้นชัดเจนจากแอสต้าแซนทินที่สะสมอยู่ แนวรอยเลื่อนใต้มหาสมุทรที่ร้อนจัดมากแต่มีกุ้งกับปูอาศัยอยู่ได้สัตว์พวกนี้มีแอสต้าแซนทิน

แอสต้าแซนทิน(Astaxanthin) molecular formular : c40h52o4 molecular weight : 596.8 g/mol natural astaxanthin เป็น anti-oxidants ที่ดีกว่า vitamin E 550 เท่า (Zhen-Cheng Wang, Zhejiang University, etc. ทดลองในสัตว์พบว่าดีกว่า 1000 เท่า และดีกว่า β-carotene 10 เท่า

 

มีคำกล่าวว่า “If the 20th century is the century of vitamins, then the 21st century will be the century of antioxidants.”

ASTAXANTHIN จัดอยู่ในกลุ่ม carotenoid มีสี dark-red จัดเป็น pigment ซึ่งอยู่ในกลุ่ม carotenoid ที่พบได้มากในโลกของสิ่งมีชีวิตในทะเล ASTAXANTHIN พบมากในอาหารทะเลหลายชนิดเช่น salmon, trout, red sea bream, shrimp and lobster แม้ในนก flamingo

Source Astaxanthin concentration (ppm)

 

salmonids ~ 5

plankton ~ 60

krill ~ 120

arctic shrimp ~ 1,200

phaffia yeast ~ 10,000

Haematococcus pluvialis ~ 40,000

มีผลการศึกษาจำนวนมากที่ยืนยันว่าคุณสมบัติการเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ของแอสต้าแซนทินที่ได้จากจากสาหร่าย Haematococcus pluvialis สามารถต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ ทำให้ผมสนใจสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในรูปของ astaxanthin เป็นอย่างมาก เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะรักษาโรคมะเร็งให้กับภรรยาผม และยังมีโอกาสรักษาคนอีกจำนวนมากที่ต้องเป็นทุกข์ และทนทรมานกับขั้นตอนการรักษามะเร็ง

สัตว์ในทะเลหลายชนิดกินแพลงก์ตอนที่มีแอสต้าแซนทินเข้าไปจึงเกิดสีแดง หรือเมื่อจับกับโปรตีนเกิดเป็นสีน้ำเงินอบเขียว เกิดความหลากสีในโลกท้องทะเล และในสัตว์ทะเลมีแอสต้าแซนทินเป็นตัวให้สีแดงมากที่สุดในกลุ่มสาร carotenoid แสดงว่าน่าจะมีแพลงก์ตอนพืชหรือสิ่งมีชีวิตหลายชนิดในทะเลที่มีความสามารถผลิตแอสต้าแซนทีนได้ ?